จิตแพทย์ทำอะไรบ้าง?
คำถามแรกจัดเป็นปัญหาโลกแตก และในชีวิตจริงก็โดนเรียกสลับกันบ่อยๆ
เรียกนักจิตวิทยาว่าหมอบ้าง เรียกหมอว่านักจิตวิทยาบ้าง แม้กระทั่งสื่อต่างๆ ยังลงผิดกันเป็นประจำ
จิตแพทย์คืออะไร???
หมอที่หลายๆคนกลัว ไม่อยากไปเจอโดยเด็ดขาด ….. หากถามว่าจิตแพทย์คืออะไร
ตามพจนานุกรมบอกว่า จิตแพทย์ (Psychiatrist) คือ แพทย์ผู้รักษาโรคทางจิต ซึ่งมีอาการแสดงความรู้สึก ความคิด อารมณ์ หรือพฤติกรรมที่ผิดปกติ
หากเอาตามนิยามแพทยสภา จิตแพทย์ คือ แพทย์ผู้ที่ผ่านการอบรม สอบได้วุฒิบัตรหรืออนุมัติบัตร ทางด้านจิตเวช
ดังนั้นเส้นทางของการเป็นจิตแพทย์คือ เรียนแพทย์ทั่วไป (6 ปี) —> (+/- ไปทำงานเพิ่มพูนทักษะในต่างจังหวัดหรือที่เรียกสั้นๆว่า ใช้ทุน อีก1-3ปี) —> จากนั้นเรียนต่อเฉพาะทางด้านจิตเวช (Psychiatry) ต่ออีก 3 ปีสำหรับจิตแพทย์ทั่วไป (หรือเรียกกันว่าจิตแพทย์ผู้ใหญ่) หรือ 4 ปีสำหรับจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
สรุปคือกว่าจะจบเป็นจิตแพทย์ได้ต้องเรียนมา”อย่างน้อย” 9 ปีครับ ”
เวลาเจอจิตแพทย์หน้าตาเด็กๆ ให้นึกไว้นะครับว่า เค้าเรียนมาอย่างน้อยๆ ก็ปาไป 9 ปีแล้วครับ อายุอาจไม่เด็กเท่าหน้า
จะเห็นว่าจิตแพทย์เองก็ต้องจบแพทย์มาก่อน จึงมีความรู้ความสามารถในระดับแพทย์ทั่วไปด้วย จึงรักษาโรคทั่วๆ ไป อย่างเป็นหวัด เบาหวาน ความดัน ฯลฯ ได้ครับ (ผมเคยเจอคนไข้ถามว่า หมอรักษาความดันสูงได้ด้วยเหรอ ”)

ส่วนนักจิตวิทยา (Psychologist) นั้นไม่ได้เป็นแพทย์
แต่เป็นผู้ที่ศึกษาจบสาขาจิตวิทยา (Psychology) ซึ่งเป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการศึกษาเกี่ยวกับจิตใจ , กระบวนความคิด, และพฤติกรรม ของมนุษย์ โดยใช้เวลาเรียน 4 ปีสำหรับระดับปริญญาตรี
ในประเทศไทยมีมหาวิทยาลัยเปิดสอนจำนวนมาก เช่น คณะจิตวิทยาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะสังคมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นต้น
ซึ่งนักจิตฯ เองก็มีหลายสาขาความถนัด เช่นกัน เช่น-นักจิตวิทยาคลินิก : เรียนหลักสูตรปริญญาตรี 4 ปี สาขาจิตวิทยาคลินิค ต่อด้วยหลักสูตรอบรมอีก 6 เดือน และสอบเพื่อให้ได้ใบประกอบโรคศิลปสาขาจิตวิทยาคลินิก เป็นต้น
———————-
” ไม่ได้บ้า จะไปหาจิตแพทย์ทำไม “
หากพูดถึงคำว่า “บ้า” ที่ใช้กันทั่วๆไปนั้น .. เอาจริงๆ ผมก็ไม่แน่ใจว่าทางการแพทย์มันจะหมายถึงอะไรกันแน่? เข้าใจเอาเองว่าในความหมายของคนส่วนใหญ่ น่าจะหมายถึงผู้ป่วยจิตเภท (schizophrenia) คือมีหูแว่ว ประสาทหลอน หวาดระแวง มีท่าทางแปลกๆ (ในกรณีที่เป็นหนักๆ)
ถามว่าต้องเป็นผู้ป่วยจิตเภทเท่านั้นหรือที่ควรพบจิตแพทย์ หรือในอีกนัยหนึ่ง คือ จิตแพทย์ตรวจได้แต่โรคจิตเภทเท่านั้น?! … คงบอกว่าไม่ใช่ และคงไม่ต้องรอให้เป็นอะไรมากๆ จนเรียกว่า “บ้า” แล้วค่อยไปพบจิตแพทย์
จิตแพทย์รักษาอะไร หรือทำอะไรได้บ้าง
หลักๆนั้นคงแบ่งได้เป็น
1. ให้คำปรึกษา แนะนำ
ในกรณีคือไม่ได้เจ็บป่วย ไม่ได้เป็นโรคอะไร ก็สามารถรับคำปรึกษาได้ ที่มีปรึกษากันบ่อย ๆ ได้แก่ ปัญหาครอบครัว ปัญหาเรื่องลูก ปัญหาการเรียน ปัญหาชีวิตคู่ ปรึกษาก่อนแต่งงาน (premarital counseling) ปัญหาความขัดแย้งในใจ … โดยพบว่าถ้าเป็นจิตแพทย์ในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแพทย์ก็มักจะได้ตำแหน่งพ่วงเป็นที่ปรึกษาสำหรับนักศึกษาไปด้วย เป็นต้น
2. โรคทางจิตเวช (Psychiatric disorders)
ยกตัวอย่างโรคที่พบบ่อยได้แก่ โรคซึมเศร้า โรคจิตเภท โรควิตกกังวล โรคอารมณ์สองขั้ว เป็นต้น ซึ่งเป็นโรคที่สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากความผิดปกติของ “สารสื่อประสาท” (neurotransmitter) ในสมอง
3. โรคทางระบบประสาท (Neurology) และประสาทจิตเวช (Neuropsychiatry)
กลุ่มนี้มักเป็นสิ่งที่หลายคนไม่ทราบว่าจิตแพทย์ยุคใหม่ก็สามารถตรวจรักษาได้ และว่ากันตามจริงแม้แต่แพทย์ด้วยกันเองบางทีก็ยังไม่รู้
โรคในกลุ่มนี้ได้แก่ โรคที่เกิดจากความผิดปกติ”โครงสร้าง”บางส่วนของสมอง แล้วมีผลทำให้เกิดปัญหาเรื่องอารมณ์ พฤติกรรมและอาการทางจิต ยกตัวอย่างเช่น โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) ภาวะบาดเจ็บที่สมอง (Traumatic brain injury) เป็นต้น
อย่างทุกวันนี้ผมเอง(ซึ่งเป็นจิตแพทย์) ก็เป็นคนดูแลคลินิกความจำอยู่
4. เป็นส่วนหนึ่งในทีมรักษาร่วมกับแพทย์สาขาอื่นๆ
ในปัจจุบันจิตแพทย์มักเป็นถูกรวมเข้าในทีมการรักษาต่างๆ เพื่อร่วมกันดูแลรักษาในแบบองค์รวม ยกตัวอย่าง เช่น หน่วยผู้ป่วยวาระสุดท้าย (end of life care) , หน่วยรักษาความเจ็บปวด (pain unit) , การปลูกถ่ายอวัยวะ (organ transplantation) หน่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke unit) เป็นต้น ซึ่งจะประกอบด้วยแพทย์หลายสาขาร่วมกันดูแล และที่มักจะขาดไม่ได้คือจิตแพทย์ด้วย
ดังนั้นหากใครไปนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลใหญ่ ๆ แล้วพบว่ามีจิตแพทย์เดินป้วนเปี้ยนไปดู ท่านก็อย่าแปลกใจเลยนะครับ เพราะอย่างที่บอกเป็นการช่วยกันดูแลแบบเป็นทีม-หลายแผนก (ผมเคยเดินไปดูแล้วคนไข้ไม่ยอมคุยด้วยบอกว่าไม่ได้บ้ามาทำไม ” )
ดังที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่าบทบาทของจิตแพทย์นั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่คำว่า ”บ้า”เท่านั้น แต่หากเป็นอย่างอื่น หรือไม่เป็นอะไรเลยแค่อยากปรึกษา ก็สามารถไปพบจิตแพทย์ได้
ผู้เขียนเองอยากให้ประเทศไทย เป็นเหมือนอย่างในอเมริกาหรือประเทศทางตะวันตก ที่การไปพบจิตแพทย์นั้นเป็นเรื่องปกติไม่ได้แปลกอะไร เป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป
และสุดท้ายอย่าลืมนะครับว่าจิตแพทย์ก็ไม่ได้รักษาได้แต่โรคจิตเภทเท่านั้น ยังสามารถรักษาโรคอื่น ๆ ได้อีกมาก (ถ้ารักษาได้แค่โรคเดียวจะเรียนกันทำไมตั้ง 3 ปี)
บทความโดย หมอคลองหลวง จาก Facebook สมาคมจิตแพทย์แห่งะประเทศไทย