[TSAD Quick Take 6] Antidepressant-induced emotional blunting (AIEB)

โพสเมื่อ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

𝗔𝗻𝘁𝗶𝗱𝗲𝗽𝗿𝗲𝘀𝘀𝗮𝗻𝘁-𝗶𝗻𝗱𝘂𝗰𝗲𝗱 𝗲𝗺𝗼𝘁𝗶𝗼𝗻𝗮𝗹 𝗯𝗹𝘂𝗻𝘁𝗶𝗻𝗴 (𝗔𝗜𝗘𝗕)

💭 เคยไหมคะ ที่รักษาผู้ป่วย MDD อาการดีขึ้นจน remission แล้ว แต่ผู้ป่วยกลับรู้สึกเฉยๆ ไม่มีความสุขเหมือนเดิม แต่ก็ไม่เศร้าหรือหงุดหงิด

📍ผู้ป่วยที่ได้รับ antidepressant โดยเฉพาะ SSRIs, SNRIs กว่า 40-60 % มีภาวะ Antidepressant-induced emotional blunting (AIEB) คือมีความสามารถในการรู้สึกอารมณ์ทั้งด้านบวกและด้านลบลดลงหลังได้ antidepressant

ผู้ป่วยหลายคนอธิบายว่ารู้สึกด้านชา ไม่สุขไม่ทุกข์ เมื่อเจอสถานการณ์ที่มักทำให้มีอารมณ์ กลับมีความรู้สึกที่เบาลงกว่าที่เคยมี บางคนอธิบายว่าแทนที่จะมีความรู้สึก (affective) กลับเปลี่ยนเป็นมีความคิดเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆแทน (cognitive processing) จนทำให้รู้สึกแปลกแยกจากผู้คนและสถานการณ์ที่ต้องเจอ เหมือนเป็นเพียงผู้สังเกตุการณ์ชีวิตของตัวเองแทนที่จะเป็นผู้ที่ใช้ชีวิตจริง

__________

𝗗𝗶𝗳𝗳𝗲𝗿𝗲𝗻𝘁𝗶𝗮𝗹 𝗱𝗶𝗮𝗴𝗻𝗼𝘀𝗶𝘀

⚠️ 𝗘𝗺𝗼𝘁𝗶𝗼𝗻𝗮𝗹 𝗯𝗹𝘂𝗻𝘁𝗶𝗻𝗴 𝗩𝗦. 𝗮𝗻𝗵𝗲𝗱𝗼𝗻𝗶𝗮

  • Anhedonia คือ loss of interest หรือ pleasure (อารมณ์ด้านบวกลดลง) ในสิ่งที่เคยชอบทำ เป็นอาการหนึ่งของ depression
    Ex. ยังรู้สึกเศร้าอยู่ เวลาไปทำสิ่งที่ชอบไม่มีความสุขเหมือนเดิม
  • Emotional blunting การที่มีความเข้มข้น (ระดับความรู้สึก) ของอารมณ์ ทั้งด้านบวกและลบ ลดลง
    Ex. ไม่ค่อยรู้สึกสุขมากหรือเศร้ามาก

⚠️ 𝗘𝗺𝗼𝘁𝗶𝗼𝗻𝗮𝗹 𝗯𝗹𝘂𝗻𝘁𝗶𝗻𝗴 𝗩𝗦. 𝗮𝗽𝗮𝘁𝗵𝘆

  • Apathy ขาดแรงจูงใจ/ความสนใจ
    Ex. ขาดความสนใจริเริ่มทำกิจกรรม
  • Blunting อยากทำอะไรต่างๆเหมือนเดิม แต่ทำแล้วรู้สึกเฉยๆ

⚠️ 𝗘𝗺𝗼𝘁𝗶𝗼𝗻𝗮𝗹 𝗯𝗹𝘂𝗻𝘁𝗶𝗻𝗴 𝗩𝗦. 𝗥𝗲𝘀𝗶𝗱𝘂𝗮𝗹 𝗱𝗲𝗽𝗿𝗲𝘀𝘀𝗶𝗼𝗻

  • ผู้ป่วยมักบรรยายอาการ emotional blunting ว่ามีลักษณะที่แตกต่างจากตอนเป็นโรคซึมเศร้าและ onset ของอาการ blunting เป็นหลังได้รับยาหรือเพิ่มขนาด antidepressant
  • กรณีได้รับยาจนควบคุมอาการซึมเศร้าได้ เช่น อารมณ์เศร้า, guilt หายไปแล้ว ต่อมามีอาการ emotional numbing คิดถึงเป็นจาก AIEB มากกว่า Residual depression

__________

📍ควร screen ถามเรื่อง emotional blunting เป็นประจำ ในผู้ป่วยที่ได้รับยา serotonergic antidepressant

🚩 ระมัดระวังภาวะนี้เป็นพิเศษใน ผู้ป่วยที่ได้รับยาขนาดสูง หรือมี s/e sexual dysfunction (correlation 80%)

ผู้ป่วย 1 ใน 3 ไม่เล่าอาการ emotional blunting ให้แพทย์ฟัง เพราะกลัวว่าจะถูกมองข้ามหรือวินิจฉัยผิดว่ายังไม่หายจากโรคซึมเศร้า

__________

📍𝗠𝗮𝗻𝗮𝗴𝗲𝗺𝗲𝗻𝘁

แนวทางการจัดการขึ้นกับระดับความรุนแรง หากมีอาการเล็กน้อย:

1. 𝗪𝗮𝘁𝗰𝗵𝗳𝘂𝗹 𝘄𝗮𝗶𝘁𝗶𝗻𝗴

  • SSRI side effects มีอาการดีขึ้นได้เมื่อรับประทานยาไปสักระยะหนึ่ง ในช่วงแรก AIEB อาจจะดีขึ้นเองได้
  • วิธีนี้เหมาะกับ: พึ่งเริ่มรักษา 4-6 สัปดาห์แรก, อาการเป็นเล็กน้อย (mild), ไม่ impair function, ผู้ป่วยต้องการการรักษาแบบ conservative
  • ติดตาม 2-4 สัปดาห์

หากมีอาการ AIEB ระดับ moderate-to-severe และอาการเป็น persistent:

2. 𝗗𝗼𝘀𝗲 𝗿𝗲𝗱𝘂𝗰𝘁𝗶𝗼𝗻

  • ลดยา 25-50% และประเมินอาการ blunting และ mood ซ้ำทุก 2-4 สัปดาห์
  • กรณีผู้ป่วยได้ยาขนาดต่ำอยู่แล้ว เช่น sertraline 50 mg อาจจะต้อง switch ยา แทนการลดยา เนื่องจากการลดจะทำให้ได้ยาต่ำกว่า therapeutic level

3. 𝗦𝘄𝗶𝘁𝗰𝗵𝗶𝗻𝗴 ไปยาที่มี risk blunting ต่ำ

  • งานวิจัยรองรับวิธีนี้ค่อนข้างจำกัด (case report, open-label studies)

3.1) Bupropion พบ risk AIEB ต่ำ, ช่วยเรื่อง emotional blunting และ sexual dysfunction
3.2) vortioxitine มีงานวิจัย open-label studies พบว่า vortioxitine ช่วยลด AIEB
3.3) Mirtazapine, Agomelatine มี evidence จำกัด

❌ ไม่แนะนำ switch ในกลุ่ม SSRIs, SNRIs เอง เนื่องจาก emotional blunting เกิดจาก serotonergic mechanism
หากได้ใช้ Dose reduction หรือ switch แล้ว ติดตามไป 2-4 สัปดาห์ อาการยังไม่ดีขึ้นให้

🫱 Augment ด้วย low dose Bupropion 150 mg/day เสริมจาก SSRI/ SNRI เพื่อลด side effect

❌ ไม่แนะนำการ augment ด้วย low-dose antipsychotics เนื่องจาก risk มากกว่า benefit

📍แนวทาง 𝗻𝗼𝗻-𝗽𝗵𝗮𝗿𝗺𝗮𝗰𝗼𝗹𝗼𝗴𝗶𝗰

✅ Psychoeducation+ family briefing

อธิบายว่าเป็นผลข้างเคียงจากยา เพื่อไม่ให้คนใกล้ชิดเข้าใจว่าเฉยเมย ไม่สนใจ

✅ Behavioural activation

ให้ฝืนทำกิจกรรมที่เคยชอบแม้จะไม่รู้สึกเพลิดเพลินเท่าเดิม

Reference/ อ่านเพิ่มเติมได้ที่: https://shorturl.at/M960a